ดาวเคราะห์น้อย

ท่องจักรวาล 38 ดาวหางและอุกกาบาต

นาซ่าถ่ายทอดสด ดาวเคราะห์น้อย 2012 DA 14

ภาพดาวเคราะห์น้อย 2012 DA14ออสเตรเลีย

ท่องจักรวาล 47 อาคันตุกะ อุกกาบาต

ดาวเคราะห์อันไกลโพ้น

  1. ดาวเคราะห์น้อย คือวัตถุทางดาราศาสตร์ขนาดเล็กกว่าดาวเคราะห์ แต่ใหญ่กว่าสะเก็ดดาว (ซึ่ึ่งโดยปกติมักมีขนาดราว 10 เมตรหรือน้อยกว่า) และไม่ใช่ดาวหาง การแบ่งแยกประเภทเช่นนี้กำหนดจากภาพปรากฏเมื่อแรกค้นพบ กล่าวคือ ดาวหางจะต้องมีส่วนของโคม่าที่สังเกตเห็นได้ชัด และมีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อของดาวหางเอง ดาวเคราะห์น้อยมีลักษณะปรากฏคล้ายดวงดาว

  2. คือก้อนหินขนาดเล็กซึ่งรวมอยู่ด้วยกันจำนวนหลายพันก้อนในระบบสุริยะ รายล้อมดวงอาทิตย์และโคจรรอบดวงอาทิตย์คล้ายดาวเคราะห์ อยู่ระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี เรียกบริเวณนี้ว่า “แถบดาวเคราะห์น้อย(Asteroid Belt)” ซึ่งอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ 2.0 –3.3 au. ดาวเคราะห์น้อยดวงที่ใหญ่ที่สุดคือ ดารเคราะห์น้อยซีเรส(Ceres) มีความยาวประมาณ 1,000 กิโลเมตร ถ่ายภาพไว้ได้โดยยานอวกาศกาลิเลโอ(Galileo Space Probe)
    ดาวเคราะห์น้อย (Asteroids หรือ Minor planets) เกิดขึ้นในยุคที่เกิดระบบสุริยะเมื่อ 4,600 ล้านปีที่แล้ว ปัจจุบันมีวัตถุที่นักดาราศาสตร์ได้สังเกตพบและตั้งชื่อไว้อยู่ถึง 20,000 ดวง มีวัตถุที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 100 กิโลเมตร อยู่ประมาณ 200 ดวง ที่เหลือเป็นอุกกาบาตขนาดเล็กมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 กิโลเมตร ดาวเคราะห์น้อยโดยทั่วไปมีรูปร่างไม่แน่นอน และเต็มไปด้วยหลุมบ่อ แถบดาวเคราะห์น้อย (Asteroid Belt) พบอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี สันนิษฐานว่าเกิดมาพร้อมๆ กับดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ มีทฤษฎีหนึ่งอธิบายว่า ดาวเคราะห์น้อยในบริเวณนี้ไม่สามารถรวมตัวกันเป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ได้ เนื่องจากถูกรบกวนโดยแรงโน้มถ่วงอันมหาศาลของดาวพฤหัสบดี

  3. ด.ญ.ปิยนุชแสนโยชน์3/2กับด.ญ.ธัญยาลักษณ

    คือก้อนหินขนาดเล็กซึ่งรวมอยู่ด้วยกันจำนวนหลายพันก้อนในระบบสุริยะ รายล้อมดวงอาทิตย์และโคจรรอบดวงอาทิตย์คล้ายดาวเคราะห์ อยู่ระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี เรียกบริเวณนี้ว่า “แถบดาวเคราะห์น้อย(Asteroid Belt)” ซึ่งอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ 2.0 –3.3 au. ดาวเคราะห์น้อยดวงที่ใหญ่ที่สุดคือ ดารเคราะห์น้อยซีเรส(Ceres) มีความยาวประมาณ 1,000 กิโลเมตร ถ่ายภาพไว้ได้โดยยานอวกาศกาลิเลโอ(Galileo Space Probe)
    ดาวเคราะห์น้อย (Asteroids หรือ Minor planets) เกิดขึ้นในยุคที่เกิดระบบสุริยะเมื่อ 4,600 ล้านปีที่แล้ว ปัจจุบันมีวัตถุที่นักดาราศาสตร์ได้สังเกตพบและตั้งชื่อไว้อยู่ถึง 20,000 ดวง มีวัตถุที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 100 กิโลเมตร อยู่ประมาณ 200 ดวง ที่เหลือเป็นอุกกาบาตขนาดเล็กมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 กิโลเมตร

  4. เด็กหญิง วิศิษฏ์สิริ แป้นเอียด

    ดาวเคราะห์น้อยดวงใหญ่สุด คือ ซีเรส มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราว 1,000 กิโลเมตร จนถึงขนาดเล็กเท่าเม็ดกรวด คำนวณว่าคงมี ดาวเคราะห์น้อยจำนวนทั้งหมดราว 45,000 ดวง ส่วนใหญ่โคจรอยู่บริเวณแถบหนึ่งที่อยู่ระหว่างดาวอังคาร กับดาวพฤหัสบดี แต่มีบางดวงที่โคจรเข้ามาใกล้โลก และเชื่อว่าอาจมีบางดวงที่เคยพุ่งชนโลก มาแล้วในอดีตกาล หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดคือ หลุมอุกกาบาตแบริงเยอร์ ในรัฐอริโซนา สหรัฐอเมริกา
    การค้นพบดาวเคราะห์น้อยในช่วงแรก ๆ พบโดยการส่องกล้องโทรทรรศน์ เริ่มนำเทคนิคการถ่ายภาพท้องฟ้ามาใช้ ช่วยให้ตรวจค้นพบ ดาวเคราะห์น้อยเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
    โดยบางทีอาจเกิดจาก ดาวเคราะห์ ดวงหนึ่งถูกชนแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เมื่อคำนวณมวลรวม ของดาวเคราะห์น้อยทั้งหมด เข้าด้วยกันเป็นก้อนเดียว พบว่าวัตถุนั้นอาจมีขนาดเล็ก กว่าครึ่งหนึ่งของดวงจันทร์เท่านั้น

  5. ภัทรานิษฐ์ อินทร์บุญแก้ว

    ดาวเคราะห์น้อยดวงใหญ่สุด คือ ซีเรส (Ceres) ค้นพบโดย เพียซซี (Giuseppi Piazzi ) เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2344 มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราว 1,000 กิโลเมตร จนถึงขนาดเล็กเท่าเม็ดกรวด คำนวณว่าคงมี ดาวเคราะห์น้อยจำนวนทั้งหมดราว 45,000 ดวง ซึ่งนักดาราศาสตร์ค้นพบและ จัดทำบัญชีไว้ราวหนึ่งหมื่นดวงแล้ว ส่วนใหญ่โคจรอยู่บริเวณแถบหนึ่งที่อยู่ระหว่างดาวอังคาร กับดาวพฤหัสบดี แต่มีบางดวงที่โคจรเข้ามาใกล้โลก และเชื่อว่าอาจมีบางดวงที่เคยพุ่งชนโลก มาแล้วในอดีตกาล หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดคือ หลุมอุกกาบาตแบริงเยอร์ ในรัฐอริโซนา สหรัฐอเมริกา
    นักดาราศาสตร์สนใจว่าดาวเคราะห์น้อยมีลักษณะแท้จริงอย่างไร เพื่อสืบค้นถึงประวัติดั้งเดิม ของกำเนิดระบบสุริยะ การค้นพบดาวเคราะห์น้อยในช่วงแรก ๆ พบโดยการส่องกล้องโทรทรรศน์ จากโลก จนในปี พ.ศ.2434 เริ่มนำเทคนิคการถ่ายภาพท้องฟ้ามาใช้ ช่วยให้ตรวจค้นพบ ดาวเคราะห์น้อยเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
    สันนิษฐานว่าดาวเคราะห์น้อยเป็นซากเหลือจากการก่อเกิด
    ระบบสุริยะในอดีต หรือไม่ก็อาจเกิดจาก ดาวเคราะห์ ดวงหนึ่งถูกชนแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เมื่อคำนวณมวลรวม ของดาวเคราะห์น้อยทั้งหมด เข้าด้วยกันเป็นก้อนเดียว พบว่าวัตถุนั้นอาจมีขนาดเล็ก กว่าครึ่งหนึ่งของดวงจันทร์เท่านั้น
    แถบที่อยู่ของดาวเคราะห์น้อยระหว่าง
    วงโคจรของดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี
    ความรู้เกี่ยวกับดาวเคราะห์น้อยส่วนใหญ่ได้มาจากการศึกษาวัตถุนอกโลกที่ตกผ่านเข้าสู่เขตบรรยา กาศโลกด้วยความเร็วสูง แรงเสียดสีทำให้วัตถุลุกไหม้เป็นลูกไฟสว่าง หากวัตถุนั้นมีขนาดใหญ่ จนเผาไหม้ไม่หมด จึงเหลือซากตกลงบนผิวโลกเรียกว่า ลูกอุกกาบาต
    อุกกาบาตที่พบบนโลก พบว่า 92.8 % เป็นชนิดหิน ส่วนอุกกาบาตชนิดโลหะผสมของเหล็กและนิเกิล
    มีเพียง 5.7 % และที่เหลือเป็นอุกกาบาตชนิดหินผสมโลหะ อุกกาบาตชนิดหินสังเกตได้ยาก เนื่องจากมีลักษณะคล้ายหินบนโลก
    ดาวเคราะห์น้อยที่ยานอวกาศสำรวจพบ
    จากซ้าย แมทธิลด์, แกสปรา และไอดา
    ดาวเคราะห์น้อยไอดาและ
    บริวารแดกธิล
    ดาวเคราะห์น้อยอิรอส
    เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2534 ยานกาลิเลโอเดินทางมุ่งหน้าไปสำรวจดาวพฤหัสบดี ในระหว่างทาง ยานโคจร ผ่านเข้าใกล้ดาวเคราะห์น้อย แกสปรา (Gaspra) และถ่ายภาพระยะใกล้ได้เป็นครั้งแรก แกสปรามีรูปร่าง คล้ายมันฝรั่ง ขนาดประมาณ 19 x12 x11 กิโลเมตร เป็นดาวเคราะห์น้อย ชนิดหินผสมโลหะ แกสปราจึงเป็นดาวเคราะห์น้อยดวงแรกที่ถ่ายภาพโดยยานอวกาศ
    และเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2536 ยานกาลิเลโอเคลื่อน เข้าใกล้ดาวเคราะห์น้อย ไอดา (Ida) พบว่าเป็น ดาวเคราะห์น้อยชนิดหินผสมโลหะ มีรูปร่างคล้ายมันฝรั่ง ขนาดประมาณ 52 x 23 กิโลเมตร พื้นผิวมี หลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ และพบว่าไอดามีบริวารเล็ก ๆ 1 ดวง ชื่อ แดกทิล (Dactyl) ขนาดกว้างประมาณ 1.5 กิโลมตร จึงเป็นดาวเคราะห์น้อยดวงแรกที่ค้นพบว่ามี ดวงจันทร์บริวาร
    วัตถุที่เข้ามาใกล้โลกมากจำนวนหลายร้อยดวง
    วัตถุที่เข้ามาใกล้โลกมาก ( NEO – Near Earth Objects ) นอกจากดาวเคราะห์น้อยที่โคจรเป็นแถบใหญ่อยู่ระหว่างวงโคจร
    ของดาวอังคารและดาวพฤหัสบดีแล้ว ยังมีดาวเคราะห์น้อย บางดวงที่โคจรเข้าใกล้โลก สันนิษฐานว่าคงเป็นดาวหางที่หมด สภาพแล้วหรืออาจเป็นซากเศษจากการชนกันของดาวเคราะห์ น้อย หรืออาจ ถูกแรงโน้มถ่วงสูงของดาวพฤหัสบดี ดีดกระเด็นวิ่งเข้ามาในเขตระบบสุริยะชั้นใน
    ปัจจุบันมีการค้นพบวัตถุที่เข้ามาใกล้โลกจำนวนหลายร้อยดวง แล้ว คาดว่าวัตถุเหล่านี้ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า
    1 กิโลเมตร ขึ้นไป คงมีจำนวนราว 1,000 ดวง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: