1การบอกตำแหน่งของวัตถุท้องฟ้า

ทรงกลมฟ้า

วิทย์เทคโน ระบบการบอกตำแหน่งของดวงดาว Force8949

  1. เด็กหญิงสุกัญญา แซ่เจ่ง เลขที่ 17 ชั้นม.3/2

    การกำหนดตำแหน่งของสถานที่บนผิวโลกสามารถบอกได้โดยการบอกพิกัดของวัตถุด้วยค่าละติจูด (latitude) และลองติจูด (longtitude) ในทำนองเดียวกันการบอกตำแหน่งวัตถุบนท้องฟ้าสามารถบอกได้โดยใช้มุมห่าง (elongation) มุมทิศ (azimuth) และมุมเงย (altitude)
    *** การที่เราสังเกตุดาวบนท้องฟ้าเราต้องใช้ทิศเหนือเป็นหลัก
    *ละติจูด เป็น 0 องศา จนกระทั่ง 90 องศา ที่ขั้วโลก โดยจะบอกว่าเป็นละติจูด ณ ซีกโลกเหนือหรือใต้
    *ลองติจูด 0 องศา ที่เส้นไพร์มเมริเดียนไปทางตะวันออกถึง +180 องศา และไปทางตะวันตก -180 องศา โดยมีการกำหนดเส้นไพร์มเมอริเดียนหรือลองติจูด 0 องศา เป็นเส้นลองจิจูดที่ผ่านหอดูดาว ณ เมืองกรีนิช ประเทศสหราอาณาจักร

  2. น้ำทิพย์ พลด้วง เลขที่14 ชั้น ม.3/2

    การวัดมุมทิศ
    มุมทิศเป็นมุมที่บอกทิศ โดยเริ่มวัดจากจุดทิศเหนือไปตามเส้นขอบฟ้าทางตะวันออก จนกระทั่งกลับมาที่จุดทิศเหนือ
    การวัดมุมเงย
    มุมเงยเป็นมุมที่วัดจากเส้นขอบฟ้าขึ้นไปตามเส้นวงกลมดิ่งจนถึงจุดเหนือศีรษะ
    การวัดมุมอาซีมุทของวัตถุท้องฟ้า
    มุมอาซิมุทมีค่าตั้งแต่ 0 – 360o โดยค่ามุมอาซิมุท ณ ตำแหน่งต่าง ๆ บนเส้นขอบฟ้าเป็นดังนี้
    1. ทิศเหนือ มีค่ามุมอาซิมุทเป็น 0o หรือ ถ้าวนไปครบ 1 รอบจะมีค่ามุมอาซีมุทเป็น 360o
    2. ทิศตะวันออก มีค่ามุมอาซิมุทเท่ากับ 90o
    3. ทิศใต้ มีค่ามุมอาซิมุท 180o
    4. ทิศตะวันตก มีค่ามุมอาซิมุทเท่ากับ 270o

  3. ปิยนุช แสนโยชน์ ปรายฟ้า สาระทัย สุกัญญา แก้วรอด 3/2

    วัตถุท้องฟ้าต่างๆ อยู่ห่างจากโลกมากจนไม่สามารถคะเนระยะห่างที่แท้จริงได้ด้วยตาเปล่า บอกได้เพียงทิศทางที่ปรากฏเท่านั้น อย่างไรก็ตาม แบบจำลองทรงกลมฟ้าเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์สำหรับวิชาวัดตำแหน่งดาว เราสามารถระบุตำแหน่งและทิศทางการปรากฏของวัตถุท้องฟ้าต่างๆ ได้ด้วยระบบพิกัดฟ้า ทรงกลมฟ้าสามารถแบ่งออกเป็นซีกฟ้าเหนือและซีกฟ้าใต้โดยมีเส้นศูนย์สูตรคั่นกลาง ขณะที่โลกหมุนรอบแกนหมุน วัตถุในทรงกลมฟ้าจะปรากฏเคลื่อนที่หมุนไปรอบขั้วฟ้าด้วยคาบ 24 ชั่วโมง เรียกว่าการเคลื่อนที่ประจำวัน ขณะที่โลกหมุนจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก ทรงกลมฟ้าจะหมุนจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก เช่น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวต่างก็ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก

  4. กรวิจิตร พันธุศักดิื เลขที่1 ชั้นม.3/2

    การบอกตำแหน่งของวัตถุท้องฟ้า
    คำว่า” วัตถุท้องฟ้า”ในวิชาดาราศาสตร์หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนท้องฟ้าซึ่งเราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและ
    มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาวต่าง ๆ ทั้งดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ รวมทั้งดาวเทียมยานอวกาศและหอวิจัย
    ลอยฟ้า เป็นต้น

  5. ด.ญ.สุภัสสรา ปากอ่อน ม.3/2 เลขที่ 19

    ในโลกปัจจุบัน เรามามารถเห็นท้องฟ้าได้แต่
    ในความเป็นจริง เราไม่สามารถมองเห็น ทรงกลม
    ท้องฟ้าได้ทั้งหมด เนื่องจากเราอยู่บนพื้นผิวโลก จึง
    มองเห็นทรงกลมท้องฟ้าได้เพียงครึ่งเดียว และเรียก
    แนวที่ท้องฟ้าสัมผัสกับพื้นโลกรอบตัวเราว่าเส้นขอบฟ้า
    (Horizon) ซึ่งเป็นเสมือนเส้นรอบวงบนพื้นราบ ที่มีตัวเราเป็นจุดศูนย์กลาง
    หากลากเส้นโยงจากทิศเหนือมายังทิศใต้โดยผ่าน
    จุดเหนือศรีษะ จะได้เส้นสมมติซึ่งเรียกว่า เส้นเมอริเดียน (Meridian)
    หากลากเส้นเชื่อมทิศตะวันออก-ทิศตะวันตก โดยให้
    เส้นสมมตินั้น เอียงตั้งฉากกับขั้วฟ้าเหนือตลอดเวลา จะได้ เส้นศูนย์สูตรฟ้า (Celestial equatorial) ซึ่งแบ่ง
    ท้องฟ้าออกเป็น ซีกฟ้าเหนือ และซีกฟ้าใต้
    หากทำการสังเกตการณ์จากประเทศไทย ซึ่งอยู่บน
    ซีกโลกเหนือ จะมองเห็นซีกฟ้าเหนือ มีอาณาบริเวณ
    มากกว่าซีกฟ้าใต้เสมออยู่ห่างจากโลกด้วยระยะทางเท่าๆ กัน และเป็นแบบจำลองที่ถูกต้องของเอกภพ แต่ในความเป็นจริง วัตถุท้องฟ้าต่างๆ อยู่ห่างจากโลกมากจนไม่สามารถคะเนระยะห่างที่แท้จริงได้ด้วยตาเปล่า บอกได้เพียงทิศทางที่ปรากฏเท่านั้น อย่างไรก็ตาม แบบจำลองทรงกลมฟ้าเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์สำหรับวิชาวัดตำแหน่งดาว เราสามารถระบุตำแหน่งและทิศทางการปรากฏของวัตถุท้องฟ้าต่างๆ ได้ด้วยระบบพิกัดฟ้า
    ทรงกลมฟ้าสามารถแบ่งออกเป็นซีกฟ้าเหนือและซีกฟ้าใต้โดยมีเส้นศูนย์สูตรคั่นกลาง ขณะที่โลกหมุนรอบแกนหมุน วัตถุในทรงกลมฟ้าจะปรากฏเคลื่อนที่หมุนไปรอบขั้วฟ้าด้วยคาบ 24 ชั่วโมง เรียกว่าการเคลื่อนที่ประจำวัน ขณะที่โลกหมุนจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก ทรงกลมฟ้าจะหมุนจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก เช่น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวต่างก็ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก

  6. ด.ญ.ปิยะธิดา ตู้ดำเลขที่ 15 และ ด.ญ.สุพัตตรา จันทร์ประเสริฐเลขที่25 ม.3/2

    การบอกกตำแหน่งของวัตถุท้องฟ้า การบอกตำแหน่งของสถานที่บนผิวโลกสามารถบอกได้โดยการบอกพิกัดของวัตถุด้วยค่าละติจูด และลองจิจูด ในทำนองเดียวกันการบอกตำแหน่งวัตถุบนท้องฟ้าสามารถบอกได้โดยใช้มุมห่าง มุมทิศและมุมเงย
    นักดาราสาสตร์จึงแบ่งท้องฟ้าเป็นเขตๆ จำนวน 88 เขตตสมกลุ่มดาวที่เกิดจากจินตนาการ ดังนั้นในท้องฟ้าจึงมีกลุ่มดาว 88 กลุ่ม หากคนเราสามารถมองเห็นดาวในเวลากลางวัน คนลบโลกจะเห็นดวงอาทิตย์ปรากฎในกลุ่มดาวกลุ่มหนึ่ง เนื่องจากโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ดังนั้นในแต่ละวัน เราจึงเห็นดวงอาทิตย์เปลี่ยนตำแหน่งผ่านกลุ่มดาว เป็นระยะเชิงมุมวันละประมาณ 1 องศา
    กลุ่มดาวจักราศีที่สามารถสังเกตได้ ๆได่ง่ายในท้องฟ้าซีกเหนือคือ กลุ่มดาวสิงห์ มิถุน และพฤษภ ขณะที่กลุ่มดาวจระเข้ขึ้นสูง จากขอบฟ้า ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 30 องศานั้นถ้ามองไปทางทิศตะวันออกสุงจากขอบฟ้า ประมาณ 50 องศา จะพบกลุ่มดาวสิงห์
    ทางช้างเผือก ทางช้างเผือกเป็นส่วนหนึ่ง
    ของกาแล็กซี่ทางช้างเผือก นอกจากกาแล็กซี่ทางช้างเผือกยังมีกาแล็กซี่ีอื่นๆ เอกภพเกิดมาเมื่อประมาณ 13700 ล้านปีมาแล้ว เอกภพเป็นที่รวมของกาแล็กซี่ต่างๆ ระบบสุริยะอยู่ที่แขนบองกาแล็กซี่ทางช้างเผือกด้านกลุ่มดาวนายพราน เมื่อมองจากระบบสุริยะ ไปทางกลุ่มดาวคนยิงธนูจะพบใจกลางของกาแล็กซี่ซึ่งมีระยะห่างออกไปประมษณ 30000 ปีแสง
    เราอยู่บนโลก ซึ่งเป็นเพียงดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง ในระบบสุริยะ โดยระบบสุริยะเป็นเพียงระบบหนึ่งในกาแล็กซี่ทางช้างเผือกและในเอกภพ ก็มีกาแล็กซี่อื่นๆอีกมากมาย

  7. ด.ช.ณัฐนันท์ แย้มทอง เลขที่ 2 ม.3/2 ด.ช. ธวัชชัย เกตุเมือง เลขที่ 12 ม.3/2

    แบบที่นิยมใช้กันซึ่งในปัจจุบันมี 2 ระบบ คือ

    1.ระบบขอบฟ้า หรือ บางทีเรียกว่าระบบอัลติจูดและอะซิมุท อัลติจูด หรือ มุมเงย เป็นมุมที่วัดจากเส้นขอบฟ้า คือ 0 องศา ขี้นไปจนถึงจุดเหนือศีรษะ Zenith คือ 90 องศา

    2. ระบบศูนย์สูตร เป็นระบบที่จำลองมาจากการบอกตำแหน่งบนพื้นโลกด้วยเส้น ละติจูด และ ลองจิจูด โดยที่บนท้องฟ้าเราจะบอกตำแหน่งเป็นค่า เดคลิเนชั่น และ ไรท์แอสเซนชั่น
    ด.ช.ณัฐนันท์ แย้มทอง เลขที่ 2 ม.3/2
    ด.ช. ธวัชชัย เกตุเมือง เลขที่ 12 ม.3/2

  8. ปรเมศวร์ เข็มทอง . วรรณพร เก้าเอี้ยน ม.3/2

    ในการที่จะศึกษาหรือทำความเข้าใจในเรื่องของดาราศาสตร์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากดวงดาวทั้งหลายรวมทั้งวัตถุท้องฟ้าอื่นๆ นั้นอยู่ไกลแสนไกล การบอกตำแหน่งของดวงดาวเหล่านั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องมีการหาวิธีที่จะสื่อสารกันว่ากำลังกล่าวถึงดวงดาวใด ดังนั้นขั้นแรกต้องสร้างจินตนาการก่อนว่ามีท้องฟ้าเป็นรูปครึ่งทรงกลมครอบเราอยู่ โดยมีเรายืนอยู่ที่จุดศูนย์กลางของครึ่งวงกลม เมื่อสมมติว่ามีท้องฟ้าแล้วจึงกำหนดต่อไปว่าดวงดาวหรือวัตถุท้องฟ้าที่ต้องการจะศึกษาอยู่ที่ใดบนท้องฟ้า

    ในการบอกตำแหน่งของวัตถุใด ต้องบอกค่าอย่างน้อย 2 ค่า เช่น การบอกตำแหน่งบนโลก ต้องบอกค่าละติจูดและลองจิจูด เช่นเดียวกับการบอกตำแหน่งของวัตถุท้องฟ้า ต้องบอกด้วยค่าอย่างน้อย 2 ค่า วิธีที่ง่ายคือ ใช้ระบบเส้นขอบฟ้า และเป็นการบอกตำแหน่งที่สัมพันธ์กับเวลา คือ เวลาเปลี่ยนไปตำแหน่งของวัตถุก็จะเปลี่ยนไป ในระบบนี้จะบอกตำแหน่งวัตถุด้วยค่า 2 ค่า คือ มุมทิศ (Azimuth) และมุมเงย (Altitude) เราสามารถวัดมุมทิศและมุมเงยได้ดังนี้

  9. ด.ญ. วิภาวรรณ แซ่โค้ว ด.ญ. ธัญยาลักษณ์ กะหมายสม

    การบอกกตำแหน่งของวัตถุท้องฟ้า การบอกตำแหน่งของสถานที่บนผิวโลกสามารถบอกได้โดยการบอกพิกัดของวัตถุด้วยค่าละติจูด และลองจิจูด ในทำนองเดียวกันการบอกตำแหน่งวัตถุบนท้องฟ้าสามารถบอกได้โดยใช้มุมห่าง มุมทิศและมุมเงย
    นักดาราสาสตร์จึงแบ่งท้องฟ้าเป็นเขตๆ จำนวน 88 เขตตสมกลุ่มดาวที่เกิดจากจินตนาการ ดังนั้นในท้องฟ้าจึงมีกลุ่มดาว 88 กลุ่ม หากคนเราสามารถมองเห็นดาวในเวลากลางวัน คนลบโลกจะเห็นดวงอาทิตย์ปรากฎในกลุ่มดาวกลุ่มหนึ่ง เนื่องจากโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ดังนั้นในแต่ละวัน เราจึงเห็นดวงอาทิตย์เปลี่ยนตำแหน่งผ่านกลุ่มดาว เป็นระยะเชิงมุมวันละประมาณ 1 องศา
    กลุ่มดาวจักราศีที่สามารถสังเกตได้ ๆได่ง่ายในท้องฟ้าซีกเหนือคือ กลุ่มดาวสิงห์ มิถุน และพฤษภ ขณะที่กลุ่มดาวจระเข้ขึ้นสูง จากขอบฟ้า ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 30 องศานั้นถ้ามองไปทางทิศตะวันออกสุงจากขอบฟ้า ประมาณ 50 องศา จะพบกลุ่มดาวสิงห์
    ทางช้างเผือก ทางช้างเผือกเป็นส่วนหนึ่ง
    ของกาแล็กซี่ทางช้างเผือก นอกจากกาแล็กซี่ทางช้างเผือกยังมีกาแล็กซี่ีอื่นๆ เอกภพเกิดมาเมื่อประมาณ 13700 ล้านปีมาแล้ว เอกภพเป็นที่รวมของกาแล็กซี่ต่างๆ ระบบสุริยะอยู่ที่แขนบองกาแล็กซี่ทางช้างเผือกด้านกลุ่มดาวนายพราน เมื่อมองจากระบบสุริยะ ไปทางกลุ่มดาวคนยิงธนูจะพบใจกลางของกาแล็กซี่ซึ่งมีระยะห่างออกไปประมษณ 30000 ปีแสง
    เราอยู่บนโลก ซึ่งเป็นเพียงดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง ในระบบสุริยะ โดยระบบสุริยะเป็นเพียงระบบหนึ่งในกาแล็กซี่ทางช้างเผือกและในเอกภพ ก็มีกาแล็กซี่อื่นๆอีกมากมาย

  10. ด.ญ. ภัทรานิษฐ์ อินทร์บุญแก้ว

    การบอกตำแหน่งของวัตถุท้องฟ้า
    คำว่า” วัตถุท้องฟ้า”ในวิชาดาราศาสตร์หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนท้องฟ้าซึ่งเราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและ
    มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาวต่าง ๆ ทั้งดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ รวมทั้งดาวเทียมยานอวกาศและหอวิจัย
    ลอยฟ้า เป็นต้น

  11. ด.ช. สหชัย คืนตัก ชั้น ม .3/2 เลขที่ 10 and ด.ช. เจษฎากร ศรีเกตุ ชั้น ม. 3/2 เลขที่ 4

    การบอกตำแหน่งของวัตถุท้องฟ้า

    เนื่องจากเทหวัตถุบนท้องฟ้ามีมากมายนับล้านล้าน ไม่ว่าจะเป็น ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ดาวหาง เนบิวลา หรือ กาแล็กซี่ ในการบอกตำแหน่งที่แน่นอนของวัตถุนั้นเราจะต้องมีระบบการบอกตำแหน่งของเทหวัตถุบนท้องฟ้า
    ตามแบบที่นิยมใช้กันซึ่งในปัจจุบันมี 2 ระบบ คือ
    1.ระบบขอบฟ้า (The Horizontal system) หรือ บางทีเรียกว่าระบบอัลติจูดและอะซิมุท (Altitude and Azimuth system)
    อัลติจูด (Altitude) หรือ มุมเงย เป็นมุมที่วัดจากเส้นขอบฟ้า คือ 0 องศา ขี้นไปจนถึงจุดเหนือศีรษะ Zenith คือ 90 องศา
    อะซิมุท (Azimuth) เป็นทิศทางตามแนวเส้นขอบฟ้า Horizontal Line เริ่มต้นจากทิศเหนือ 0 องศา ไปตามแนวทิศ ตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก กลับมาที่ทิศเหนือ ครบรอบ 360 องศา
    การบอกตำแหน่งด้วยวิธีนี้ จะบอกเป็นค่ามุมเงย และ มุมอะซิมุท พร้อมกัน มีหน่วยเป็นองศา และการบอกตำแหน่งระบบนี้ จะใช้ได้กับผู้สังเกตุที่อยู่บนเส้นละติจูดเดียวกัน ในเวลาเดียวกัน ( ลองจิจูดเดียวกัน) เท่านั้น เช่นขณะนี้ดาวหางอยู่ที่ตำแหน่ง มุมอัลติจูด 45 องศา มุมอะซิมุท 270 องศา เป็นต้น
    2. ระบบศูนย์สูตร (Equatorial System) เป็นระบบที่จำลองมาจากการบอกตำแหน่งบนพื้นโลกด้วยเส้น ละติจูด และ ลองจิจูด โดยที่บนท้องฟ้าเราจะบอกตำแหน่งเป็นค่า เดคลิเนชั่น (Declination- Dec) และ ไรท์แอสเซนชั่น (Right Ascension- R.A)
    เดคลิเนชั่น (Declination- Dec) เปรียบได้กับละติจูด มีหน่วยเป็นองศา ใช้บอกระยะเชิงมุมของดาวว่าอยู่ห่างจาก เส้นศูนย์สูตรฟ้า ( 0 องศา) ไปทางทิศเหนือ ระหว่าง 0 ถึง +90 องศา หรือ ไปทางทิศใต้ ระหว่าง 0 ถึง –90 องศา เป็นมุมเท่าใด
    ไรท์แอสเซนชั่น (Right Ascension- R.A) เปรียบได้กับ ลองจิจูด ที่บอกหน่วยเป็น เวลา ชั่วโมง:นาที:วินาที โดยที่ 360 องศามีค่าเท่ากับ 24 ชั่วโมง หรือ 15 องศา มีค่าเท่ากับ 1 ชั่วโมง ในทำนองเดียวกันกับเส้นลองจิจูด จุดเริ่มต้น 0 องศาหรือ 0 ชั่วโมง อยู่ที่เมืองกรีนิช ในประเทศอังกฤษ สำหรับ R.A ค่า 0 องศาหรือ 0 ชั่วโมงจะเริ่มที่จุดอ้างอิง Vernal Equinox (เวอร์นัล อิควินอค) คือจุดที่แนวเส้นEcliptic ตัดกับเส้นศูนย์สูตรฟ้า พอดี ในวันที่ 21 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่กลางวันกับกลางคืนยาวเท่ากัน ตรงตำแหน่งกลุ่มดาวปลา (PISCES) แล้วนับไปทางขวามือ (Right) เป็นชั่วโมง นาที วินาที หรือถ้าเราหันหน้า เข้าหาทิศเหนือให้นับไปทางทิศตะวันออก แต่เนื่องจากกลุ่มดาวปลา ไม่ค่อยสว่างบนท้องฟ้าจึงสังเกตลำบาก เราอาจจะให้กลุ่มดาวค้างคาวหาตำแหน่งที่ RA เท่ากับศูนย์ได้เช่นกัน

  12. ด.ญ.กชกร กำไรรักษา

    เนื่องจากเทหวัตถุบนท้องฟ้ามีมากมายนับล้านล้าน ไม่ว่าจะเป็น ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ดาวหาง เนบิวลา หรือ กาแล็กซี่ ในการบอกตำแหน่งที่แน่นอนของวัตถุนั้นเราจะต้องมีระบบการบอกตำแหน่งของเทหวัตถุบนท้องฟ้า
    ตามแบบที่นิยมใช้กันซึ่งในปัจจุบันมี 2 ระบบ คือ
    1.ระบบขอบฟ้า (The Horizontal system) หรือ บางทีเรียกว่าระบบอัลติจูดและอะซิมุท (Altitude and Azimuth system)
    อัลติจูด (Altitude) หรือ มุมเงย เป็นมุมที่วัดจากเส้นขอบฟ้า คือ 0 องศา ขี้นไปจนถึงจุดเหนือศีรษะ Zenith คือ 90 องศา
    อะซิมุท (Azimuth) เป็นทิศทางตามแนวเส้นขอบฟ้า Horizontal Line เริ่มต้นจากทิศเหนือ 0 องศา ไปตามแนวทิศ ตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก กลับมาที่ทิศเหนือ ครบรอบ 360 องศา
    การบอกตำแหน่งด้วยวิธีนี้ จะบอกเป็นค่ามุมเงย และ มุมอะซิมุท พร้อมกัน มีหน่วยเป็นองศา และการบอกตำแหน่งระบบนี้ จะใช้ได้กับผู้สังเกตุที่อยู่บนเส้นละติจูดเดียวกัน ในเวลาเดียวกัน ( ลองจิจูดเดียวกัน) เท่านั้น เช่นขณะนี้ดาวหางอยู่ที่ตำแหน่ง มุมอัลติจูด 45 องศา มุมอะซิมุท 270 องศา เป็นต้น
    2. ระบบศูนย์สูตร (Equatorial System) เป็นระบบที่จำลองมาจากการบอกตำแหน่งบนพื้นโลกด้วยเส้น ละติจูด และ ลองจิจูด โดยที่บนท้องฟ้าเราจะบอกตำแหน่งเป็นค่า เดคลิเนชั่น (Declination- Dec) และ ไรท์แอสเซนชั่น (Right Ascension- R.A)
    เดคลิเนชั่น (Declination- Dec) เปรียบได้กับละติจูด มีหน่วยเป็นองศา ใช้บอกระยะเชิงมุมของดาวว่าอยู่ห่างจาก เส้นศูนย์สูตรฟ้า ( 0 องศา) ไปทางทิศเหนือ ระหว่าง 0 ถึง +90 องศา หรือ ไปทางทิศใต้ ระหว่าง 0 ถึง –90 องศา เป็นมุมเท่าใด
    ไรท์แอสเซนชั่น (Right Ascension- R.A) เปรียบได้กับ ลองจิจูด ที่บอกหน่วยเป็น เวลา ชั่วโมง:นาที:วินาที โดยที่ 360 องศามีค่าเท่ากับ 24 ชั่วโมง หรือ 15 องศา มีค่าเท่ากับ 1 ชั่วโมง ในทำนองเดียวกันกับเส้นลองจิจูด จุดเริ่มต้น 0 องศาหรือ 0 ชั่วโมง อยู่ที่เมืองกรีนิช ในประเทศอังกฤษ สำหรับ R.A ค่า 0 องศาหรือ 0 ชั่วโมงจะเริ่มที่จุดอ้างอิง Vernal Equinox (เวอร์นัล อิควินอค) คือจุดที่แนวเส้นEcliptic ตัดกับเส้นศูนย์สูตรฟ้า พอดี ในวันที่ 21 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่กลางวันกับกลางคืนยาวเท่ากัน ตรงตำแหน่งกลุ่มดาวปลา (PISCES) แล้วนับไปทางขวามือ (Right) เป็นชั่วโมง นาที วินาที หรือถ้าเราหันหน้า เข้าหาทิศเหนือให้นับไปทางทิศตะวันออก แต่เนื่องจากกลุ่มดาวปลา ไม่ค่อยสว่างบนท้องฟ้าจึงสังเกตลำบาก เราอาจจะให้กลุ่มดาวค้างคาวหาตำแหน่งที่ RA เท่ากับศูนย์ได้เช่นกัน

  13. จากการศึกษาตำแหน่งของวัตถุท้องฟ้าได้ทราบว่าตำแหน่งของวัตถุท้องฟ้าหมายถึง ” วัตถุท้องฟ้า”ดาราศาสตร์หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนท้องฟ้าซึ่งเราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและ
    มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาวต่าง ๆ ทั้งดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ รวมทั้งดาวเทียมยานอวกาศและหอวิจัยมายถึรูป 9 ทรงกลมท้องฟ้ากาศและหอวิจัย
    ในทางดาราศาสตรบอกตำแหน่งของวัตถุท้องฟ้าสามารถบอกได้หลายระบบแต่ระบบที่นิยมใช้กัน มากคือ ระบบเส้นขอบฟ้า
    ซึ่งเป็นระบบที่ยึดผู้สังเกตเป็นหลักโดยมีรายละเอียด ดังนี้
    1. ทรงกลมท้องฟ้า(Celestial Sphere) มีลักษณะคล้ายทรงกลมกลวงในขณะที่นักเรียนยืนอยู่ในที่โล่ง ๆ แล้วแหงนมอง
    ดูท้องฟ้าหันไปรอบๆตัวจะเห็นท้องฟ้าเป็นรูปครึ่งวงกลมเหมือนฝาชีครอบตัวเราอยู่โดยมีตัวเราเป็นจุดศูนย์กลางของทรงกลม
    2. เส้นขอบฟ้า(Horizon) หมายถึง เส้นที่ลากตามแนวขอบของครึ่งวงกลม
    3. จุดเหนือศีรษะ(Zenith) หมายถึง จุดที่อยู่บนทรงกลมท้องฟ้าเหนือศีรษะของผู้สังเกต
    4. เส้นดิ่ง(Verticalline) หมายถึง เส้นที่ลากจากจุดเหนือศีรษะไปตามทรงกลมท้องฟ้าไปจนตัดและตั้งฉากกับเส้นขอบฟ้างทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนท้องฟ้าซึ่งเราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและ
    มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาวต่าง ๆ ทั้งดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ รวมทั้งดาวเทียมยานอวกาศและหอวิจัย
    ลอยฟ้า เป็นต้น
    ในทางดาราศาสตร์การบอกตำแหน่งของวัตถุท้องฟ้าสามารถบอกได้หลายระบบแต่ระบบที่นิยมใช้กัน มากคือ ระบบเส้นขอบฟ้าซึ่งเป็นระบบที่ยึดผู้สังเกตเป็นหลักโดยมี

  14. การสังเกตวัตถุบนท้องฟ้าจะทำได้โดยใช้ระบบที่ยึดผู้สังเกตเป็นหลักโดยมีรายละเอียด ดังนี้
    1. ทรงกลมท้องฟ้า(Celestial Sphere) มีลักษณะคล้ายทรงกลมกลวงในขณะที่นักเรียนยืนอยู่ในที่โล่ง ๆ แล้วแหงนมอง
    ดูท้องฟ้าหันไปรอบๆตัวจะเห็นท้องฟ้าเป็นรูปครึ่งวงกลมเหมือนฝาชีครอบตัวเราอยู่โดยมีตัวเราเป็นจุดศูนย์กลางของทรงกลม
    2. เส้นขอบฟ้า(Horizon) หมายถึง เส้นที่ลากตามแนวขอบของครึ่งวงกลม
    3. จุดเหนือศีรษะ(Zenith) หมายถึง จุดที่อยู่บนทรงกลมท้องฟ้าเหนือศีรษะของผู้สังเกต
    4. เส้นดิ่ง(Verticalline) หมายถึง เส้นที่ลากจากจุดเหนือศีรษะไปตามทรงกลมท้องฟ้าไปจนตัดและตั้งฉากกับเส้นขอบฟ้า

  15. การบอกตำแหน่งของวัตถุท้องฟ้า
    คำว่า” วัตถุท้องฟ้า”ในวิชาดาราศาสตร์หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนท้องฟ้าซึ่งเราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและ
    มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาวต่าง ๆ ทั้งดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ รวมทั้งดาวเทียมยานอวกาศและหอวิจัย
    ลอยฟ้า เป็นต้น
    ในทางดาราศาสตร์การบอกตำแหน่งของวัตถุท้องฟ้าสามารถบอกได้หลายระบบแต่ระบบที่นิยมใช้กัน มากคือ ระบบเส้นขอบฟ้า
    (The Horizontal System)ซึ่งเป็นระบบที่ยึดผู้สังเกตเป็นหลักโดยมีรายละเอียด ดังนี้
    ทรงกลมท้องฟ้า
    1. ทรงกลมท้องฟ้า(Celestial Sphere) มีลักษณะคล้ายทรงกลมกลวงในขณะที่นักเรียนยืนอยู่ในที่โล่ง ๆ แล้วแหงนมอง
    ดูท้องฟ้าหันไปรอบๆตัวจะเห็นท้องฟ้าเป็นรูปครึ่งวงกลมเหมือนฝาชีครอบตัวเราอยู่โดยมีตัวเราเป็นจุดศูนย์กลางของทรงกลม
    2. เส้นขอบฟ้า(Horizon) หมายถึง เส้นที่ลากตามแนวขอบของครึ่งวงกลม
    3. จุดเหนือศีรษะ(Zenith) หมายถึง จุดที่อยู่บนทรงกลมท้องฟ้าเหนือศีรษะของผู้สังเกต
    4. เส้นดิ่ง(Verticalline) หมายถึง เส้นที่ลากจากจุดเหนือศีรษะไปตามทรงกลมท้องฟ้าไปจนตัดและตั้งฉากกับเส้นขอบฟ้า
    เส้นขอบฟ้าและจุดเหนือศีรษะถูกกำหนดขึ้นโดยอาศัยผู้สังเกตเป็นหลัก ดังนั้นเส้นขอบฟ้าและจุดเหนือศีรษะอาจจะเปลี่ยนแปลง
    ไปเพราะผู้สังเกตเปลี่ยนตำแหน่งไปจากตำแหน่งเดิมมาก ๆ เช่น ผู้สังเกตที่ กรุงเทพมหานครกับผู้สังเกตที่เชียงใหม่ เป็นต้น แต่ถ้าผู้สังเกต
    เปลี่ยนตำแหน่งไปเล็กน้อย จุดเหนือศีรษะและเส้นขอบฟ้าก็ยังคงเดิมอยู่
    ในการบอกตำแหน่งของวัตถุท้องฟ้าโดยใช้ระบบเส้นขอบฟ้าเป็นหลักนั้นบอกเป็นค่ามุมเงยและมุมอาซีมุท ดังนี้
    1. มุมเงย(Angleofelevation)คือ มุมที่ใช้บอกความสูงของวัตถุท้องฟ้าเป็นมุมที่เกิดจากเส้น ตรงที่ลากจากผู้สังเกตไปยัง
    วัตถุนั้นบนท้องฟ้ากับเส้นตรงที่ลากจากผู้สังเกตไปยังจุดตัดระหว่างเส้นขอบฟ้า กับเส้นดิ่งที่ลากผ่านวัตถุท้องฟ้านั้น ดังรูป
    การวัดมุมเงยของวัตถุท้องฟ้า
    ค่ามุมเงยของวัตถุท้องฟ้ามีค่าอยู่ระหว่าง 0-90o ถ้ามุมเงยมีค่าเป็น 0o แสดงว่าวัตถุท้องฟ้า ปรากฎอยู่บนเส้นขอบฟ้าพอดี และถ้ามุมเงยมีค่าเท่ากับ 90o แสดงว่าวัตถุท้องฟ้าอยู่บนศีรษะผู้สังเกตพอดี ค่ามุมเงยของวัตถุท้องฟ้าจะเปลี่ยนไปเมื่อผู้สังเกตเปลี่ยน
    ตำแหน่งไป วัตถุท้องฟ้าที่มีค่ามุมเงยเท่ากันจะปรากฎอยู่บนตำแหน่งที่แตกต่างกันได้ ดังนั้นเมื่อบอกค่ามุมเงยของวัตถุท้องฟ้าเพียงอย่าง
    เดียวจะไม่สามารถบอกตำแหน่งของวัตถุได้แน่นอนจึงต้องบอกทิศของวัตถุท้องฟ้าด้วย

  16. ด.ญ.วิภาวรรณ แซ่โค้ว ม.3/2 เลขที่23

    การบอกกตำแหน่งของวัตถุท้องฟ้า การบอกตำแหน่งของสถานที่บนผิวโลกสามารถบอกได้โดยการบอกพิกัดของวัตถุด้วยค่าละติจูด และลองจิจูด ในทำนองเดียวกันการบอกตำแหน่งวัตถุบนท้องฟ้าสามารถบอกได้โดยใช้มุมห่าง มุมทิศและมุมเงย
    นักดาราสาสตร์จึงแบ่งท้องฟ้าเป็นเขตๆ จำนวน 88 เขตตสมกลุ่มดาวที่เกิดจากจินตนาการ ดังนั้นในท้องฟ้าจึงมีกลุ่มดาว 88 กลุ่ม หากคนเราสามารถมองเห็นดาวในเวลากลางวัน คนลบโลกจะเห็นดวงอาทิตย์ปรากฎในกลุ่มดาวกลุ่มหนึ่ง เนื่องจากโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ดังนั้นในแต่ละวัน เราจึงเห็นดวงอาทิตย์เปลี่ยนตำแหน่งผ่านกลุ่มดาว เป็นระยะเชิงมุมวันละประมาณ 1 องศา
    กลุ่มดาวจักราศีที่สามารถสังเกตได้ ๆได่ง่ายในท้องฟ้าซีกเหนือคือ กลุ่มดาวสิงห์ มิถุน และพฤษภ ขณะที่กลุ่มดาวจระเข้ขึ้นสูง จากขอบฟ้า ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 30 องศานั้นถ้ามองไปทางทิศตะวันออกสุงจากขอบฟ้า ประมาณ 50 องศา จะพบกลุ่มดาวสิงห์
    ทางช้างเผือก ทางช้างเผือกเป็นส่วนหนึ่ง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: